Browsed by
หมวดหมู่: การเมือง เศรษฐกิจ สังคม

The End of American Dream?/ The Indian Aspirant/ The Chinese Takeover/ The Age of E-WTO

The End of American Dream?/ The Indian Aspirant/ The Chinese Takeover/ The Age of E-WTO

The End of American Dream?
สภาวะเศรษฐกิจโลกตะวันตกที่ถดถอยอย่างเรื้อรัง ได้สร้างความวิตกกังวลใจแก่ประชากรส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประเทศซึ่งเคยขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความเท่าเทียมทางโอกาสที่เอื้อให้พลเมืองสามารถบรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตได้ด้วยการมุ่งมั่นทำงานหนัก จากผลสำรวจของนิวยอร์กไทมส์โพลล์เมื่อปลายปีที่แล้วพบว่า ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีประชากรที่เชื่อมั่นใน “American Dream” หรือความใฝ่ฝันที่ว่าการทำงานหนักจะนำมาซึ่งความร่ำรวยลดลงถึงร้อยละ 8

ชนชั้นกลางชาวอเมริกันในยุคปัจจุบัน ซึ่งไต่เต้าได้เล่าเรียนศึกษาในระดับที่สูงกว่าคนรุ่นพ่อแม่ของพวกเขา มีมุมมองและความรู้สึกว่าพวกเขาต้องดิ้นรนทำมาหากิน แต่กลับได้มาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าคนรุ่นก่อนๆ เนื่องด้วยภาวะการว่างงานและผลประกอบการของภาคธุรกิจที่ย่ำแย่ ทำให้ครอบครัวชนชั้นกลางอเมริกันในปัจจุบันมีรายได้ที่แท้จริงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าภาคครัวเรือนประเภทเดียวกันเมื่อ 15 ปีที่แล้วเสียอีก แม้ว่าราคาสินค้าในตลาดจะถูกลงและมีคุณภาพดีกว่าในอดีตก็ตาม ชนชั้นกลางอเมริกันในปัจจุบันกลับต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาระดับอุดมศึกษา และการประกันสุขภาพที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่สูงกว่าระดับเงินเฟ้อ ความผันผวนทางสังคมเศรษฐกิจส่งผลให้ชาวอเมริกันมีทัศนคติต่อการมีสถานะเป็นชนชั้นกลางที่เปลี่ยนแปลงไป จากชนชั้นซึ่งมองโลกในแง่ดีและมีศักยภาพในการเข้าถึงความสะดวกสบายกลายเป็นชนชั้นที่ต้องเผชิญสภาวะตึงเครียดและความเสี่ยงทางด้านอาชีพการงาน
Indian-Aspirant.jpgThe Indian Aspirant
ชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคภาราติยะ ชนตะ (Bharatiya Janata: BJP) ได้นำมาซึ่งความหวังในการเลื่อนสถานะทางชนชั้นของชาวอินเดีย เมื่อนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ได้นำเสนอยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ประกอบด้วยการลดหย่อนภาษี โครงการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกลุ่มคน “Neo-Middle Class” หรือ “Aspirants” ซึ่งหมายถึงประชากรที่พึ่งหลุดพ้นจากภาวะความยากจน และปรารถนาที่จะมีสถานะทางเศรษฐกิจมั่นคงเป็นชนชั้นกลางอย่างเต็มตัว
การเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนประเภทดังกล่าวได้เกิดขึ้นคู่ขนานกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเมืองต่างๆ ในอินเดีย จากฐานข้อมูลในปี 2013 พบว่า กลุ่มคนที่แสวงหาโอกาสเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันมีฐานรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 3,650 ถึง 7,300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี มีจำนวนสูงถึง 380 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของประชากรทั้งประเทศ เดอะ ฮินดู บิสสิเนส ไลน์ ได้รายงานถึงปรากฏการณ์การเกิดขึ้นของ Neo-Middle Class ว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึง “การเลื่อนสถานะจากการมีโอกาสได้บริโภคแต่โรตีเปล่าๆ สู่การมีโอกาสให้การศึกษาแก่ลูกๆ รวมทั้งสามารถมีไฟฟ้า ถนน และน้ำประปาใช้”

Chinese-Takeover.jpgThe Chinese Takeover
วิกฤติหนี้สาธารณะยุโรปตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ในภูมิภาคดังกล่าวตกต่ำ กลับกลายเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจจีนดำเนินการซื้อหุ้นกิจการต่างๆ เช่น บริษัทผลิตรถยนต์วอลโว่ของสวีเดน บริษัทผลิตรถยนต์เปอร์โยต์ และซีตรอง รวมทั้งธุรกิจแฟชั่น ซอนย่า รีเคียล (Sonya Rykiel) ในฝรั่งเศส กิจการท่าเรือพิเรียส (Piraeus) ในกรีซ ธุรกิจร้านอาหารพิซซ่า เอ็กซ์เพรส และธุรกิจแฟชั่นอควาสครูทัม (Aquascutum) ในสหราชอาณาจักร เป็นต้น โดยในปีที่ผ่านมานี้ ระดับการลงทุนจากจีนในภูมิภาคยุโรปสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

แม้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนจะชะลอความร้อนแรงลง แต่จำนวนกลุ่มคนรวยสัญชาติจีนกลับเพิ่มสูงขึ้น จากรายงาน “China Ultra High Net Wealth Report 2014-2015” พบว่า ปัจจุบันจำนวนประชากรจีนที่ถือครองสินทรัพย์มากกว่า 500 ล้านหยวน หรือ 81.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีมากกว่า 17,000 ราย โดยสินทรัพย์รวมของกลุ่มคนรวยชาวจีนทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึง 31 ล้านล้านหยวน หรือคิดเป็น 10 เท่าของรายได้ประชาชาติของนอร์เวย์ และ 20 เท่าของฟิลิปปินส์ กลุ่มคนรวยชาวจีนหน้าใหม่เหล่านี้ มักประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการโรงงานอุตสาหกรรม นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุนมืออาชีพ โดยร้อยละ 55 ของกลุ่มคนดังกล่าว ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองหลัก (First-Tier City) อย่างเช่นมหานครปักกิ่ง แต่อาศัยอยู่ในเมืองรองอันดับ 2 (Second-Tier City) หรือ เมืองรองอันดับ 3 (Third-Tier City)

รายงานฉบับดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงทัศนคติของกลุ่มคนรวยชาวจีนหน้าใหม่ ซึ่งยังคงมีมุมมองทางธุรกิจในแง่บวก โดยร้อยละ 80 ต้องการที่จะขยายการลงทุนในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมการบริโภคพบว่า ร้อยละ 45 นิยมถือครองเครื่องประดับราคาแพงและหยก ส่วนร้อยละ 29 นิยมสะสมศิลปะการเขียนอักษรและภาพจิตรกรรม

mobile-ecommerce.jpg The Age of E-WTO
การค้าออนไลน์อาจเป็นทางรอดของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจโลกซบเซาที่งานเวิล์ด อีโคโนมิก ฟอรั่มณ นครดาวอส สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อมกราคมที่ผ่านมา แจ๊ค หม่า (Jack Ma) ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ได้กล่าวถึงบทบาทใหม่ของบริษัทเขา ในฐานะ “e-WTO” หรือ “องค์การการค้ายุคอิเล็กทรอนิกส์” ที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการจากทั่วทุกมุมโลก โดยเปรียบเทียบบทบาทขององค์การการค้าโลก (World Trade Organisation: WTO) กับ อาลีบาบาไว้ว่า “WTO ได้ทำหน้าเป็นอย่างดีในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หน่วยงานดังกล่าวมุ่งเน้นช่วยเหลือแต่บริษัทรายใหญ่ให้ขายสินค้าข้ามประเทศได้” ในยุคที่ระบบอินเทอร์เน็ตช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการขยายตัวทางการค้าข้ามพรมแดนนี้ อาลีบาบาจึงมุ่งหวังใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อ “รองรับผู้บริโภคจำนวน 2 พันล้านรายจากทั่วโลก” และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ “ธุรกิจเล็กๆ จำนวน 10 ล้านรายที่ตั้งอยู่นอกสาธารณรัฐประชาชนจีน”